การปฏิวัติอุปกรณ์เคลื่อนที่ในประเทศไทย: การเชื่อมสัมพันธ์กับผู้บริโภคในอุตสาหกรรมที่อิ่มตัว

การเป็นเจ้าของอุปกรณ์เคลื่อนที่ในประเทศไทยได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ในปัจจุบันมีอุปกรณ์เคลื่อนที่ให้เลือกมากมายและการแข่งขันแย่งชิงความสนใจจากผู้บริโภคก็เป็นไปอย่างดุเดือด มาดูว่ากลยุทธ์การค้นหาที่มีประสิทธิภาพและเนื้อหาที่ดีบน YouTube จะช่วยให้คุณสร้างข้อได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้อย่างไร

ประเทศไทยเป็นชาติที่ให้ความสนใจแกดเจ็ตเป็นอย่างมาก คนไทยนับวันยิ่งพึ่งพาการค้นหาและวิดีโอออนไลน์เพื่อช่วยประกอบการตัดสินใจซื้อและกำหนดไลฟ์สไตล์ของตน นั่นรวมถึงการตัดสินใจซื้ออุปกรณ์เคลื่อนที่ของตนด้วย การค้นหาทางออนไลน์เกี่ยวกับโทรศัพท์เคลื่อนที่จะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้วยเหตุนี้จึงไม่น่าแปลกใจว่าในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การเจาะตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ธุรกิจอินเทอร์เน็ตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตามไปด้วย ในปัจจุบันมีคนไทย 56 ล้านคนใช้งานออนไลน์ผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่1 และด้วยการเติบโตขนานใหญ่เช่นนี้ช่วยให้แบรนด์ต่างๆ มองเห็นโอกาสครั้งสำคัญที่จะเชื่อมสัมพันธ์กับผู้บริโภคบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั่วประเทศ

ในขณะที่ความต้องการอุปกรณ์เคลื่อนที่ของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความหลากหลายก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นกัน (เฉพาะในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีอุปกรณ์เคลื่อนที่ ถึง1,800 รุ่นแข่งขันกันในตลาด) ตัวเลือกที่ล้นหลามนี้ไม่ได้มีผลกระทบต่อผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้รับจ้างออกแบบและผลิต (ODM) ซึ่งต้องพยายามสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งด้วย ความจริงก็คือผู้บริโภคจดจำชื่อสมาร์ทโฟนได้ราว 15 รุ่นเท่านั้นและ 75% ของปริมาณการค้นหาสมาร์ทโฟนยอดนิยม 50 อันดับแรกเป็นของอุปกรณ์ชั้นนำ 15 รุ่นนั้น2 กล่าวโดยสรุปคือมีสมาร์ทโฟนเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะได้รับการจดจำ "พื้นที่สำหรับผู้นำด้านอุปกรณ์เคลื่อนที่" มีอยู่อย่างจำกัดจริงๆ

แบรนด์จะเชื่อมสัมพันธ์กับผู้บริโภคอย่างเหมาะสมได้อย่างไรในแวดวงดิจิทัลใหม่นี้ ในขณะที่ผู้บริโภคหันไปใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อค้นหาข้อมูลและซื้อสินค้ามากขึ้น แบรนด์ของคุณสามารถยืนหยัดเป็นแบรนด์แรกที่ลูกค้านึกถึงได้ด้วยกลยุทธ์การตลาดผ่านเครื่องมือค้นหา (SEM) ที่มีประสิทธิภาพและการปรากฏตัวบน YouTube อย่างต่อเนื่อง เรามาดูวิธีการกัน

"ผู้บริโภคจดจำชื่อสมาร์ทโฟนได้ราว 15 รุ่นเท่านั้นและ 75% ของปริมาณการค้นหาสมาร์ทโฟนยอดนิยม 50 อันดับแรกเป็นของอุปกรณ์ชั้นนำ 15 รุ่นนั้น"

เพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์การค้นหาของคุณ

เพิ่มประสิทธิภาพกลยุทธ์ผลการค้นหาของคุณคนไทยอยากเห็นข้อมูลที่ตนกำลังค้นหาทันทีที่แตะปุ่ม เราเรียกโอกาสสำคัญที่มีการกำหนดความต้องการหรือต่อทำการตัดสินใจซื้อเหล่านี้ว่า "เสี้ยวเวลา" (Micro-moment) ช่วงเวลาที่ว่านี้จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งในขณะที่อุปกรณ์เคลื่อนที่กำลังแทรกซึมเข้าสู่วิถีชีวิตคนไทยอย่างรวดเร็วช่วงเวลาสั้นๆ ที่มีผลต่อการตลาด

การที่จะเอาประโยชน์จากเสี้ยวเวลาสำคัญนี้ ผู้ผลิต ODM (เช่น Samsung, Apple และ Sony) บริษัทโทรคมนาคม (เช่น AIS, True และ DTAC) และผู้ค้าปลีกอีคอมเมิร์ซ (เช่น Lazada, Tarad และ iTRUEmart) ต้องปรากฏตัวในช่วงเวลาดังกล่าวพร้อมให้ข้อมูลและคำตอบที่ผู้บริโภคกำลังมองหา เมื่อพูดถึงผลิตภัณฑ์อุปกรณ์เคลื่อนที่ โดยส่วนใหญ่คนไทยจะค้นหาข้อมูลจำเพาะ รีวิวสินค้า และราคา ไม่น่าแปลกใจเลยที่ 65% ของคนไทยที่กำลังมองหาโทรศัพท์ใหม่ในตลาดจะใช้โทรศัพท์หรือแท็บเล็ตที่มีอยู่ของตนเพื่อหาข้อมูลเครื่องใหม่2 การที่จะทำกำไรจากพฤติกรรมผู้บริโภคเช่นนี้ได้ แบรนด์ต่างๆ ควรทำให้ตัวเองสามารถปรากฏตัวในหน้าผลลัพธ์การค้นหาให้มากขึ้น ด้วยกลยุทธ์ SEM ที่มีประสิทธิภาพโดยใช้การซื้อโฆษณา อย่างไรก็ตามGoogle’s 2014 Consumer Barometer (Thailand) ระบุว่าคนไทย 74% ค้นหาข้อมูลทั้งออนไลน์และออฟไลน์ระหว่างที่ยังทำการค้นหาข้อมูลก่อนซื้อ ขั้นตอนแรกคือควรรู้คำค้นหาหลักที่ผู้บริโภคใช้หาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ต้องการอยู่แล้วให้ได้ ผนวกคำค้นหาหลักเหล่านี้ไว้ในกลยุทธ์ของคุณเพื่อใช้ประโยชน์จากประสิทธิภาพของ SEM ดังที่ปรากฏจากการเพิ่มขึ้น 113% แบบปีต่อปีของคำที่ค้นหาใน “แผนสำหรับกลุ่มโทรศัพท์-โทรคมนาคม”3

mobile thailanfia

เมื่อคนไทยหันมายอมรับการช็อปปิ้งออนไลน์และอีคอมเมิร์ซเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คนไทยจึงซื้ออุปกรณ์เคลื่อนที่ทางออนไลน์มากขึ้น นักช็อปออนไลน์ในประเทศส่วนใหญ่จะเริ่มค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์หลังจากที่ได้เห็นโฆษณาออนไลน์ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่านักช็อปออนไลน์ชาวไทย 68% มีพฤติกรรมตอบสนองโฆษณาโดยตรง ขณะที่ 73% จะพิจารณาข้อมูลที่ได้รับจากโฆษณาเมื่อทำการค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์4เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการปรากฏตัวของแบรนด์ในช่วงเวลาที่สำคัญต่อผู้บริโภค

สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยเนื้อหาบน YouTube

การค้นหาเป็นวิธีหนึ่งที่ผู้บริโภคใช้ศึกษาข้อมูลอุปกรณ์เคลื่อนที่ อีกวิธีคือ YouTube ทั้งนี้ มีคนไทย 68% กล่าวว่าการดูวิดีโอ YouTube ช่วยให้ตนตัดสินใจได้ว่าจะซื้อแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ใด4

นักช็อปในประเทศไทยและทั่วโลกต่างหันไปดูวิดีโอบนอุปกรณ์เคลื่อนที่มากขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อ วิดีโอออนไลน์ได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในกลยุทธ์ทางการตลาดบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มองการณ์ไกลและแบรนด์ของไทยที่ใช้ประโยชน์จากวิดีโอออนไลน์นี้จะก้าวขึ้นมายืนในแถวหน้าของการแข่งขัน วิธีหนึ่งในการดำเนินการนี้คือการอัปโหลดเนื้อหาด้านรีวิวผลิตภัณฑ์แบบในชีวิตจริงจริง ที่แยกแยะคุณลักษณะที่แตกต่างกันของอุปกรณ์หลากหลาย หรือวิดีโอที่ตอบคำถามหลังการซื้อ

mobile thailandia 2

นอกจากการสร้างเนื้อหาที่ดีซึ่งตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของผู้บริโภคแล้ว แบรนด์ต่างๆ ยังเพิ่มยอดขายได้โดยใช้เครื่องมือและโซลูชันการโฆษณาที่ให้มาพร้อมกับ YouTube ด้วย

แบรนด์จะประสบความสำเร็จได้ด้วยการตลาดดิจิทัล

ผู้ผลิตหลักเช่น Samsung ได้สร้างนวัตกรรมที่สามารถนำเทรนด์ของคนไทยได้แล้ว คุณสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานฝ่ายธุรกิจโทรคมนาคมและไอทีให้ความเห็นว่า "เทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงวิธีบริโภคสื่อของเราและแบรนด์ต้องรีบปรับตัว หากไม่ลงทุนในสื่อใหม่ เช่น Google Search และ YouTube เราจะตามตลาดไม่ทัน ผู้บริโภคเห็นโฆษณาของคุณบนท้องถนนหรือได้ยินผลิตภัณฑ์ของคุณจากเพื่อน นั่นเป็นเวลาที่พวกเขาจะหยิบโทรศัพท์ออกมาเพื่อค้นหาคุณ และคุณก็ต้องพร้อมให้เห็น Samsung ไม่อยากพลาดโอกาสที่จะสัมพันธ์กับลูกค้าเมื่อพวกเขาต้องการเรา!"

อุปกรณ์เคลื่อนที่ได้ก้าวข้ามจากสิ่งที่บ่งบอกสถานะเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว และได้เปลี่ยนแปลงวิธีที่คนไทยปฏิสัมพันธ์กัน รวมทั้งกับแบรนด์ต่างๆ ด้วย ขณะที่อินเทอร์เน็ตยังคงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ทั้งผู้ผลิต ODM บริษัทโทรคมนาคม และผู้ค้าปลีกต่างพยายามสร้างตัวตนให้ยิ่งใหญ่ในโลกดิจิทัลเพื่อเป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงเป็นอันดับแรกเสมอ ซึ่งในปัจจุบัน นั่นหมายถึงการทดลองวิธีทำการตลาดใหม่ๆ โดยเฉพาะกลยุทธ์บนอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่มุ่งเน้นการค้นหาและวิดีโอ ในขณะที่ผู้บริโภคชาวไทยเปลี่ยนแปลงไป แบรนด์ที่โอบรับสื่อดิจิทัลมาใช้จะยังคงได้เห็นอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้าเพิ่มสูงขึ้นกว่าแบรนด์ที่ยังติดยึดกับการตลาดในอดีต

เวลาเพียงชั่วพริบตา กำลังเปลี่ยนแปลงทุกกฎเกณฑ์ได้อย่างไร