ใครว่าอสังหาฯ ต้องขายผ่านแต่โชว์รูม? Noble Development กับปรากฏการณ์สร้างยอดจองคอนโดผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล 100%

Ornpaka Vudhikosit, Pearl Somboonpakron / ธันวาคม 2563

สำหรับสินค้าราคาสูง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์หรืออสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้บริโภคต้องใช้เวลาในการตัดสินใจนาน นักการตลาดมักจะคุ้นเคยกับการโปรโมทให้คนสนใจ ชวนให้หาข้อมูลเพิ่มเติม และปิดการขายผ่านสำนักงานขาย(ออฟไลน์)เท่านั้น แต่ในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ที่ผ่านมา ผู้คนต่างกักตัวอยู่บ้าน ซึ่งพฤติกรรมนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจที่พึ่งพาการปิดการขายผ่านช่องทางออฟไลน์อย่าง Noble Development

ความท้าทายสำคัญของบริษัทอสังหาฯ อย่าง Noble Development คือการปรับรูปแบบการตลาดและช่องทางขายให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นทีมการตลาดจึงได้เลือกใช้ช่องทางดิจิทัลเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแคมเปญโปรโมชัน “Reset Price, Resume Life” และกระตุ้นความต้องการซื้อ ไปจนถึงปิดการขายและรับเงินโอนจองเพื่อยืนยันจากผู้ซื้อ โดยกระบวนการทั้งหมดเกิดขึ้นผ่านทางช่องทางดิจิทัล

วันนี้ Noble Development จะมาแบ่งปันเทคนิคสู่ความสำเร็จด้วยแคมเปญออนไลน์ 100% ที่นักการตลาดสามารถใช้ประโยชน์จากเครื่องมือดิจิทัลเพื่อช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วขึ้น และสร้างยอดจองบนออนไลน์เพื่อปิดการขายได้เลยโดยที่ลูกค้าไม่ต้องมาที่สำนักงานขาย

แคมเปญดิจิทัลแบบ Full-Funnel ด้วย Google Marketing Platform: ใช้ดิจิทัลทำการตลาดตั้งแต่การสร้างการรับรู้โครงการไปจนถึงช่วยปิดการขาย

Noble 02.png

สิ่งที่ต่างออกไปและกลายเป็นกุญแจสำคัญของความสำเร็จในการทำแคมเปญ “Reset Price, Resume Life” คือการวางแผนโฆษณาดิจิทัลเพื่อเน้นการสร้างยอดจองคอนโด รวมถึงการจ่ายเงินจองผ่านระบบออนไลน์ แทนที่จะเป็นการเก็บ Lead และติดต่อลูกค้าที่สนใจให้มาที่สำนักงานขาย

ทำแคมเปญ 2 ระยะ ด้วยการเข้าถึงลูกค้าถูกคน ถูกจังหวะ ถูกครีเอทีฟเพื่อสร้างยอดจองสูงสุด

ในการทำแคมเปญนี้ Noble Development ได้แบ่งแคมเปญเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงสร้างการรับรู้โครงการ และช่วงเปิดจอง

  1. ช่วงสร้างการรับรู้โครงการ

Noble Development ได้ใช้เครื่องมือของ Google เพื่อเข้าถึงและสร้างการรับรู้แคมเปญให้มีประสิทธิภาพในวงกว้าง โดยเจาะกลุ่มลูกค้าตามความสนใจ (Affinities and Interests) หรือผู้ที่กำลังสนใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ (In-Market: Real Estate) รวมถึงคนที่มีพฤติกรรมคล้ายกับกลุ่มเป้าหมาย (Similar Audience) โดยในช่วงแรก Noble Development ได้กำหนดเป้าหมายของแคมเปญให้เข้าถึงจำนวนคนในกลุ่มนี้ให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ได้รู้ถึงข้อเสนอของแคมเปญนี้และพิจารณาเลือกซื้อ ก่อนเปิดรับจองผ่านระบบ Online Booking ในช่วงถัดมา

  1. ช่วงเปิดจอง

Noble Development ได้นำข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากแคมเปญช่วงแรกมาใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของแคมเปญเพื่อให้เกิดการจอง โดยใช้ครีเอทีฟ “นับถอยหลัง” การตอกย้ำถึงวันเปิดจองและช่องทางไปยัง ระบบ Online Booking และ เป็นการเร่งการตัดสินใจของกลุ่มเป้าหมายที่กำลังสนใจจะซื้อสูง เช่น คนที่เคยคลิกหรือเห็นโฆษณาแคมเปญนี้ หรือเคยเข้ามาอ่านข้อมูลหรือลงทะเบียนรับข่าวสาร ให้ทำการจองและจ่ายเงินออนไลน์ทันที

นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในช่วงที่ลูกค้าไม่สามารถเข้ามาเยี่ยมชมสำนักงานขายได้แล้ว การทำการตลาดดิจิทัลตั้งแต่การทำให้โครงการเป็นที่รู้จักไปจนถึงการจองคอนโด ยังช่วยให้ Noble Development สามารถวัดประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น จนกระทั่งถึงขั้นตอนจองห้องจริง ที่ปกติการจองแบบออฟไลน์ทำไม่ได้

Google Marketing Platform: ติดตามและวัดผลครอบคลุมทุกช่องทางโฆษณาออนไลน์

อีกหนึ่งความพิเศษของแคมเปญโฆษณาของ Noble Development นี้ คือการได้นำเอา Google Marketing Platform มาช่วยให้นักการตลาดเห็นความสัมพันธ์ของแต่ละมีเดียและเข้าใจประสิทธิภาพของโฆษณาแบบองค์รวม ทำให้นักการตลาดสามารถเข้าใจเส้นทางการตัดสินใจของผู้บริโภคที่ซับซ้อน

โดยทั่วไปแล้ว นักการตลาดสามารถวัดความถี่ในการเห็นโฆษณา และบริหารจัดการความถี่โดยมีข้อจำกัดที่ทำได้แค่ภายในแพลตฟอร์มนั้นๆ แต่ Google Marketing Platform สามารถวัดและบริหารความถี่ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายข้ามแพลตฟอร์มได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มความคุ้มค่าของการลงโฆษณา

Google Marketing Platform ใช้วัดและบริหารความถี่ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายข้ามแพลตฟอร์ม เพื่อเพิ่มความคุ้มค่าของการลงโฆษณา

ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยม

การวางกลยุทธ์แบบ Marketing Full-Funnel ด้วยการใช้ Google Marketing Platform ให้ผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย

Noble01

เมื่อดิจิทัลทำให้อุตสาหกรรมก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม

สิ่งที่ Noble Development และ Google Marketing Platform ทำได้นั้นแสดงให้เห็นแล้วว่า ความเชื่อที่ว่าอุตสาหกรรมที่ลูกค้าใช้เวลาพิจารณาที่จะซื้อนานและยากจะสำเร็จบนออนไลน์ได้นั้น เป็นเพียงข้อจำกัดในอดีต

สภาพแวดล้อมและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้โอกาสของการตลาดเปิดกว้างมากขึ้นบนโลกดิจิทัล หากธุรกิจมีการวางแผนที่ดีและมีการเลือกใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถช่วยให้แบรนด์ตั้งรับกับสถานการณ์ที่คาดไม่ถึง และสร้างโอกาสผ่านช่วงเวลาวิกฤติไปได้

Tong.jpg

Ornpaka Vudhikosit

Industry Manager Google Thailand
unnamed.jpg

Pearl Somboonpakron

Platform Account Manager, Google Marketing Platform Google Thailand